สนค. เผยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 3 ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมประเมินไตรมาส 4 ยังทรงตัวสูง 

สนค. เผยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 3 ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมประเมินไตรมาส 4 ยังทรงตัวสูง 

avatar

Administrator


28


<p><strong>ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม:&nbsp;</strong><a href="https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1792051952_4c3c7b9c01199cc5e8a5.pdf" target="_blank">1792051952_4c3c7b9c01199cc5e8a5.pdf</a></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ( สนค.) เปิดเผยว่า<strong> ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3</strong> โดยมีปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคาดว่าในไตรมาสถัดไป ดัชนีฯ จะมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ตามทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปสงค์ในภาคการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong> ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สูงขึ้นร้อยละ 11.1 (YoY) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568</strong> เป็นการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน<strong>หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้นร้อยละ 13.4</strong> จากการสูงขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร <strong>หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้นร้อยละ 3.8</strong> จากการสูงขึ้นของหิน ทราย และดิน และลิกไนต์ สำหรับ<strong>หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 11.0</strong> จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์อาหาร และการขนส่งเครื่องจักรและเครื่องมือ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สูงขึ้นร้อยละ 10.1</strong> เป็นการสูงขึ้นของประเภทรถที่บริการขนส่งสินค้า ได้แก่ รถกระบะบรรทุก สูงขึ้นร้อยละ 10.9 รถพ่วง สูงขึ้นร้อยละ 9.0 รถตู้บรรทุก สูงขึ้นร้อยละ 11.3 รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้นร้อยละ 7.0 รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้นร้อยละ 7.3 รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้นร้อยละ 11.2 และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว สูงขึ้นร้อยละ 7.8</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>การสูงขึ้นของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน</strong> ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนสูงขึ้นตาม &nbsp;ตลอดจนความต้องการใช้บริการขนส่งในภาคอุตสาหกรรมและการค้าที่ยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงมีความจำเป็นต้องปรับราคาค่าบริการให้สอดรับกับปริมาณการขนส่งและต้นทุนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาดัชนีฯ มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงต้นไตรมาสเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการบางส่วนได้ปรับโครงสร้างต้นทุนและบริหารจัดการเส้นทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านพลังงานและความผันผวนภายนอกอย่างใกล้ชิดต่อไป</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ประเมินว่าดัชนียังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย ซึ่งสร้างความผันผวนต่ออุปทานพลังงานโลก ประกอบกับผลของฐานราคาในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมายังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ความต้องการอุปโภคและบริโภคอาจเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี รวมถึงผู้ประกอบการและผู้ค้าปลีกอาจมีการเร่งระบายสต๊อกสินค้าและส่งมอบสินค้าให้ทันก่อนช่วงวันหยุดยาว อีกทั้งความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมขนส่งบางพื้นที่เผชิญอุปสรรคและอาจต้องใช้เวลาหรือต้นทุนในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคการขนส่งยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนต่อไปในช่วงปลายปีนี้</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ตลาดโลก ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากค่าขนส่งถือเป็นต้นทางสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนวัตถุดิบ และระดับราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคปลายทางให้สูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน ดังนั้น ในส่วนของผู้ประกอบการควรเร่งยกระดับประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยวางแผนเส้นทางเพื่อประหยัดพลังงาน และปรับตัวสู่แนวทางโลจิสติกส์สีเขียว เพื่อลดความผันผวนจากราคาพลังงาน &nbsp;ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรบูรณาการความร่วมมือในการลดอุปสรรคและต้นทุนแฝง ควบคู่ไปกับมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน</p>

ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม: 

          สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ( สนค.) เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 โดยมีปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคาดว่าในไตรมาสถัดไป ดัชนีฯ จะมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ตามทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปสงค์ในภาคการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี

          ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สูงขึ้นร้อยละ 11.1 (YoY) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 เป็นการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้นร้อยละ 13.4 จากการสูงขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้นร้อยละ 3.8 จากการสูงขึ้นของหิน ทราย และดิน และลิกไนต์ สำหรับหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 11.0 จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์อาหาร และการขนส่งเครื่องจักรและเครื่องมือ

          ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สูงขึ้นร้อยละ 10.1 เป็นการสูงขึ้นของประเภทรถที่บริการขนส่งสินค้า ได้แก่ รถกระบะบรรทุก สูงขึ้นร้อยละ 10.9 รถพ่วง สูงขึ้นร้อยละ 9.0 รถตู้บรรทุก สูงขึ้นร้อยละ 11.3 รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้นร้อยละ 7.0 รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้นร้อยละ 7.3 รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้นร้อยละ 11.2 และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว สูงขึ้นร้อยละ 7.8

          การสูงขึ้นของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนสูงขึ้นตาม  ตลอดจนความต้องการใช้บริการขนส่งในภาคอุตสาหกรรมและการค้าที่ยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงมีความจำเป็นต้องปรับราคาค่าบริการให้สอดรับกับปริมาณการขนส่งและต้นทุนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาดัชนีฯ มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงต้นไตรมาสเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการบางส่วนได้ปรับโครงสร้างต้นทุนและบริหารจัดการเส้นทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านพลังงานและความผันผวนภายนอกอย่างใกล้ชิดต่อไป

          แนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ประเมินว่าดัชนียังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย ซึ่งสร้างความผันผวนต่ออุปทานพลังงานโลก ประกอบกับผลของฐานราคาในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมายังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ความต้องการอุปโภคและบริโภคอาจเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี รวมถึงผู้ประกอบการและผู้ค้าปลีกอาจมีการเร่งระบายสต๊อกสินค้าและส่งมอบสินค้าให้ทันก่อนช่วงวันหยุดยาว อีกทั้งความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมขนส่งบางพื้นที่เผชิญอุปสรรคและอาจต้องใช้เวลาหรือต้นทุนในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคการขนส่งยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนต่อไปในช่วงปลายปีนี้

          สำหรับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ตลาดโลก ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากค่าขนส่งถือเป็นต้นทางสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนวัตถุดิบ และระดับราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคปลายทางให้สูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน ดังนั้น ในส่วนของผู้ประกอบการควรเร่งยกระดับประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยวางแผนเส้นทางเพื่อประหยัดพลังงาน และปรับตัวสู่แนวทางโลจิสติกส์สีเขียว เพื่อลดความผันผวนจากราคาพลังงาน  ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรบูรณาการความร่วมมือในการลดอุปสรรคและต้นทุนแฝง ควบคู่ไปกับมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569