สนค. หนุนผู้ประกอบการไทยปรับกลยุทธ์ทางการตลาด รองรับผู้บริโภค Gen Alpha

สนค. หนุนผู้ประกอบการไทยปรับกลยุทธ์ทางการตลาด รองรับผู้บริโภค Gen Alpha

avatar

Administrator


65


<p><strong>ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม:&nbsp;</strong><a href="https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1779848738_51e2fb63e2918d4024cb.pdf" target="_blank">1779848738_51e2fb63e2918d4024cb.pdf</a></p>

<p><em>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สนค. เผยครัวเรือน Gen Alpha ในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และมีแนวโน้มเพิ่มเป็นกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 สะท้อนโอกาสสำคัญของตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ในภูมิภาค&nbsp;</em></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์และแนวโน้มการตลาดในยุคใหม่ พบว่า ครัวเรือนที่มีบุตรหลานเป็น Gen Alpha ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าการใช้จ่ายรวม 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และคาดการณ์ว่าจะเกินกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573<sup>1</sup>&nbsp;ทั้งนี้ การใช้จ่ายโดยตรงของ Gen Alpha คาดว่าจะอยู่ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2583 สะท้อนถึงบทบาทของกลุ่มผู้บริโภควัยเยาว์ที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคในระดับครัวเรือน โดย Gen Alpha คือ ผู้ที่เกิดระหว่างปี 2553 - 2567 ปัจจุบันมีอายุระหว่าง 1 - 15 ปี แม้ว่ากลุ่มดังกล่าวยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง แต่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของครัวเรือน ขณะที่ผู้ปกครองยังคงเป็นผู้ตัดสินใจหลักในการใช้จ่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตรเพียงคนเดียวซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย ประกอบกับผู้ปกครอง Generation Y (Millennials) มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อบุตรมากกว่าคนรุ่นก่อน ส่งผลให้การใช้จ่ายต่อเด็กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พฤติกรรมการบริโภคของ Gen Alpha ที่สำคัญมี 3 ประการ ได้แก่ <u>ประการแรก</u> การตระหนักด้านสุขภาพตั้งแต่วัยเด็ก ผู้ปกครองในเอเชียร้อยละ 40 จัดหาวิตามินและอาหารเสริมแก่บุตรหลานเป็นประจำ ส่งผลให้ตลาดวิตามินและอาหารเสริมสำหรับเด็กในเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.4 ต่อปี ในช่วงปี 2568 - 2573 สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ร้อยละ 4.6 <u>ประการที่สอง</u> ความต้องการความสะดวกสบายผ่านเทคโนโลยี ในปี 2567 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสัดส่วนยอดขายอีคอมเมิร์ซร้อยละ 45 และในปี 2568 มีผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกร้อยละ 45 ซื้อสินค้าผ่านช่องทาง Livestreaming สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ร้อยละ 35 สะท้อนถึงบทบาทของช่องทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในการตัดสินใจซื้อสินค้า และ<u>ประการที่สาม</u> Gen Alpha เติบโตมากับวิดีโอเกมและคอนเทนต์ระยะสั้น ส่งผลให้มีพฤติกรรมการตอบสนองต่อความพึงพอใจแบบฉับพลัน (Instant Gratification) โดยสะท้อนจากยอดขายเกมมือถือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 30 ต่อปี ในช่วงปี 2553 - 2567 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ร้อยละ 26 ซึ่งมีส่วนสะท้อนลักษณะการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประเด็นที่น่าสนใจ พบว่า ยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กในเอเชียแปซิฟิก อาทิ สินค้าด้านสุขภาพและของใช้ส่วนบุคคล เครื่องแต่งกายและรองเท้า และอาหารสำหรับเด็ก คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 145,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572 หรือมากกว่าหนึ่งในสามของยอดขายโลก โดยกลุ่มสินค้าด้านสุขภาพและของใช้ส่วนบุคคลเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตในหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ ฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและภาพลักษณ์มากขึ้น ส่งผลให้สินค้าดังกล่าวได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งผู้บริโภควัยเด็กและผู้ปกครอง ทั้งนี้ ในปี 2568 การส่งออกสินค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยไปตลาดเอเชียมีมูลค่ารวม 716.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 5 ปีล่าสุด (ปี 2564 - 2568) ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 9.5 ต่อปี สะท้อนถึงศักยภาพของสินค้าไทยในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาค</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อย่างไรก็ดี Gen Alpha รุ่นแรกจะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ในปี 2571 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างผู้บริโภคในอนาคต ผู้ประกอบการไทยจึงควรพิจารณาปรับกลยุทธ์โดยพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ และสินค้าความงาม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพส่วนผสมและมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า พร้อมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการใช้แพลตฟอร์มคอนเทนต์รูปแบบสั้น เช่น TikTok และ YouTube เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า เสริมสร้างความแตกต่างของสินค้าและมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรมหรืออัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ผ่านการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสและการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านอีคอมเมิร์ซและการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพล (influencer) อย่างเหมาะสม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ของไทยสามารถขยายโอกาสในตลาดเอเชียแปซิฟิกได้มากขึ้น&nbsp;</p>

<hr />
<p><sup>1</sup> รายงานผลการศึกษา เรื่อง Decoding Gen Alpha as Asia&#39;s Next Growth Engine จาก Euromonitor International</p>

ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม: 

          สนค. เผยครัวเรือน Gen Alpha ในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และมีแนวโน้มเพิ่มเป็นกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 สะท้อนโอกาสสำคัญของตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ในภูมิภาค 

          นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์และแนวโน้มการตลาดในยุคใหม่ พบว่า ครัวเรือนที่มีบุตรหลานเป็น Gen Alpha ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าการใช้จ่ายรวม 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และคาดการณ์ว่าจะเกินกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 25731 ทั้งนี้ การใช้จ่ายโดยตรงของ Gen Alpha คาดว่าจะอยู่ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2583 สะท้อนถึงบทบาทของกลุ่มผู้บริโภควัยเยาว์ที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคในระดับครัวเรือน โดย Gen Alpha คือ ผู้ที่เกิดระหว่างปี 2553 - 2567 ปัจจุบันมีอายุระหว่าง 1 - 15 ปี แม้ว่ากลุ่มดังกล่าวยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง แต่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของครัวเรือน ขณะที่ผู้ปกครองยังคงเป็นผู้ตัดสินใจหลักในการใช้จ่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตรเพียงคนเดียวซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย ประกอบกับผู้ปกครอง Generation Y (Millennials) มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อบุตรมากกว่าคนรุ่นก่อน ส่งผลให้การใช้จ่ายต่อเด็กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

          พฤติกรรมการบริโภคของ Gen Alpha ที่สำคัญมี 3 ประการ ได้แก่ ประการแรก การตระหนักด้านสุขภาพตั้งแต่วัยเด็ก ผู้ปกครองในเอเชียร้อยละ 40 จัดหาวิตามินและอาหารเสริมแก่บุตรหลานเป็นประจำ ส่งผลให้ตลาดวิตามินและอาหารเสริมสำหรับเด็กในเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.4 ต่อปี ในช่วงปี 2568 - 2573 สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ร้อยละ 4.6 ประการที่สอง ความต้องการความสะดวกสบายผ่านเทคโนโลยี ในปี 2567 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสัดส่วนยอดขายอีคอมเมิร์ซร้อยละ 45 และในปี 2568 มีผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกร้อยละ 45 ซื้อสินค้าผ่านช่องทาง Livestreaming สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ร้อยละ 35 สะท้อนถึงบทบาทของช่องทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในการตัดสินใจซื้อสินค้า และประการที่สาม Gen Alpha เติบโตมากับวิดีโอเกมและคอนเทนต์ระยะสั้น ส่งผลให้มีพฤติกรรมการตอบสนองต่อความพึงพอใจแบบฉับพลัน (Instant Gratification) โดยสะท้อนจากยอดขายเกมมือถือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 30 ต่อปี ในช่วงปี 2553 - 2567 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ร้อยละ 26 ซึ่งมีส่วนสะท้อนลักษณะการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป 

          ประเด็นที่น่าสนใจ พบว่า ยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กในเอเชียแปซิฟิก อาทิ สินค้าด้านสุขภาพและของใช้ส่วนบุคคล เครื่องแต่งกายและรองเท้า และอาหารสำหรับเด็ก คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 145,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572 หรือมากกว่าหนึ่งในสามของยอดขายโลก โดยกลุ่มสินค้าด้านสุขภาพและของใช้ส่วนบุคคลเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตในหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ ฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและภาพลักษณ์มากขึ้น ส่งผลให้สินค้าดังกล่าวได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งผู้บริโภควัยเด็กและผู้ปกครอง ทั้งนี้ ในปี 2568 การส่งออกสินค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยไปตลาดเอเชียมีมูลค่ารวม 716.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 5 ปีล่าสุด (ปี 2564 - 2568) ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 9.5 ต่อปี สะท้อนถึงศักยภาพของสินค้าไทยในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาค

          อย่างไรก็ดี Gen Alpha รุ่นแรกจะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ในปี 2571 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างผู้บริโภคในอนาคต ผู้ประกอบการไทยจึงควรพิจารณาปรับกลยุทธ์โดยพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ และสินค้าความงาม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพส่วนผสมและมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า พร้อมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการใช้แพลตฟอร์มคอนเทนต์รูปแบบสั้น เช่น TikTok และ YouTube เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า เสริมสร้างความแตกต่างของสินค้าและมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรมหรืออัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ผ่านการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสและการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านอีคอมเมิร์ซและการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพล (influencer) อย่างเหมาะสม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ของไทยสามารถขยายโอกาสในตลาดเอเชียแปซิฟิกได้มากขึ้น 


1 รายงานผลการศึกษา เรื่อง Decoding Gen Alpha as Asia's Next Growth Engine จาก Euromonitor International

เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569