ปลดล็อกมูลค่าถั่วไทย! สนค. ชี้เป้า “เทมเป้” ดาวรุ่ง Plant-based สู่ขุมทรัพย์ Future Food

ปลดล็อกมูลค่าถั่วไทย! สนค. ชี้เป้า “เทมเป้” ดาวรุ่ง Plant-based สู่ขุมทรัพย์ Future Food

avatar

Administrator


136


<p><strong>ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม:&nbsp;</strong><a href="https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1773125016_039db296d7d49028a233.pdf" target="_blank">1773125016_039db296d7d49028a233.pdf</a></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ปลุกกระแส &ldquo;โปรตีนทางเลือก&rdquo; ชู &ldquo;เทมเป้ &nbsp;(Tempeh)&rdquo; เป็น Product Champion ตัวใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม แนะผู้ประกอบการไทยพลิกวิกฤตสุขภาพโลกให้เป็นโอกาสทอง ชี้เทรนด์อาหารจากพืชคือ &ldquo;เมกะเทรนด์&rdquo; ที่เปลี่ยนโครงสร้างการบริโภคถาวร พร้อมแนะกลยุทธ์ใช้ &ldquo;ถั่วพื้นถิ่น&rdquo; ผสานมาตรฐานสากล สร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับจากสินค้าเกษตรสู่ &ldquo;อาหารแห่งอนาคต&rdquo; (Future Food)</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ท่ามกลางวิกฤต &ldquo;โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)&rdquo; ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกกว่า 41 ล้านคนต่อปี หรือคิดเป็นกว่า 74% ของการเสียชีวิตทั่วโลก ตามข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ขององค์การอนามัยโลก (WHO)<sup>1</sup>&nbsp;ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างถาวร ผู้คนไม่ได้ต้องการแค่ &ldquo;กินอิ่ม&rdquo; แต่กำลังมองหาอาหารที่ &ldquo;กินแล้วรอด&rdquo; จากโรคภัย ส่งผลให้ตลาด &ldquo;โปรตีนทางเลือก&rdquo; และ &ldquo;อาหารจากพืช (Plant-Based)&rdquo; เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในกลุ่มคนรักสุขภาพ (Health Conscious) และกลุ่มยืดหยุ่น (Flexitarian) ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง หรือแม้แต่กลุ่มมังสวิรัติและวีแกนที่ต้องการโปรตีนทางเลือกที่ไม่ใช่จากสัตว์</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รายงาน OECD-FAO Agricultural Outlook 2025-2034<sup>2</sup> ชี้ให้เห็นแนวโน้มใหม่ของการบริโภคอาหารทั่วโลก โดยในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง การบริโภคเนื้อแดงและโปรตีนจากสัตว์ต่อหัวมีแนวโน้ม &ldquo;ชะลอหรือคงตัว&rdquo; จากแรงกังวลด้านสุขภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ในประเทศรายได้ปานกลางและต่ำกว่า การบริโภคอาหารที่หลากหลายรวมถึงอาหารแหล่งสัตว์ยังคงเพิ่มขึ้น<sup>3</sup>&nbsp;แต่องค์ประกอบของการเลือกโปรตีนกำลังเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังหันมาสนใจโปรตีนทางเลือกจากพืชร่วมกับอาหารจากสัตว์<sup>4</sup>&nbsp;เทรนด์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุปสงค์อาหารโลกที่ขยายตัวออกไปจากรูปแบบเดิม และให้ความสำคัญกับ &ldquo;สุขภาพ&rdquo; และ &ldquo;ความยั่งยืน&rdquo; มากขึ้น</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในกลุ่มอาหารจากพืช &ldquo;เทมเป้ (Tempeh)&rdquo; กำลังถูกจับตาในฐานะสินค้าโปรตีนจากพืชที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ สุขภาพ และความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญ เทมเป้ไม่ใช่อาหารทางเลือกที่เติบโตจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับการยกระดับสถานะในตลาดโลกผ่านการกำหนดมาตรฐานสากลโดย Codex Alimentarius (FAO/WHO) ภายใต้มาตรฐาน Regional Standard for Tempe (CXS 313R-2013) ซึ่งกำหนดลักษณะผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และคุณภาพอย่างชัดเจน การมีมาตรฐาน Codex รับรองนี้เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ยกระดับเทมเป้จากอาหารพื้นบ้าน ให้กลายเป็น &ldquo;อาหารแปรรูปเพิ่มมูลค่า&rdquo; ที่สามารถส่งออกและแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ<sup>5</sup></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในเชิงธุรกิจ เทมเป้คือตัวอย่างของการเปลี่ยนสินค้าเกษตรธรรมดาให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วยนวัตกรรมโดยเฉพาะเทคโนโลยีการหมัก (Solid-State Fermentation) ซึ่งเพิ่มคุณค่าทั้งด้านโภชนาการ รสสัมผัส และความปลอดภัยอาหาร ความได้เปรียบทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาถั่วในตลาดโลก แต่อยู่ที่องค์ความรู้ กระบวนการผลิต และมาตรฐาน นี่คือโอกาสของผู้ประกอบการที่จะสร้างกำไรจาก &ldquo;องค์ความรู้และมาตรฐานการผลิต&rdquo; ซึ่งทำกำไรได้สูงกว่าการขายวัตถุดิบทางการเกษตรแบบดั้งเดิม</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เทมเป้ในวันนี้ไม่ใช่แค่ถั่วหมัก แต่ทำหน้าที่เป็น &ldquo;ตัวแทนเนื้อสัตว์ (Functional Substitute)&rdquo; ที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในตลาดประเทศพัฒนาแล้วที่ผู้คนมองหาโปรตีนที่ทดแทนเนื้อแดงได้จริง ด้วยเนื้อสัมผัสและคุณค่าทางอาหารที่ตอบโจทย์ เทมเป้จึงถูกวางตำแหน่งใหม่ให้เป็น &ldquo;Protein Solution&rdquo; หรือทางออกของคนรักสุขภาพที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การยกระดับเทมเป้ด้วยมาตรฐานสากล คือกุญแจสำคัญที่ช่วยต่อยอดสินค้าสู่ความพรีเมียมได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบวัตถุดิบและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ด้วยจุดแข็งด้าน Plant-Based และ Clean Label ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ทำให้เทมเป้ก้าวข้ามตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นแท่น &ldquo;อาหารแห่งอนาคต (Future Food)&rdquo; ได้อย่างเต็มตัว สอดรับกับทิศทางของ WHO และ OECD ที่ชี้ชัดว่าโลกกำลังมองหาอาหารที่ปลอดภัยและดีต่อสิ่งแวดล้อม การทำมาตรฐานจึงไม่ใช่ &ldquo;ภาระต้นทุน&rdquo; แต่คือ &ldquo;การลงทุนที่คุ้มค่า&rdquo; เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางเข้าสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในภาพรวมห่วงโซ่อุตสาหกรรมโปรตีนจากพืชยังได้รับแรงหนุนจากตลาดวัตถุดิบโลก โดยข้อมูลจาก USDA ระบุว่าในปีการตลาด 2024/25 ผลผลิตถั่วเหลืองโลกอยู่ที่ประมาณ 427.15 ล้านเมตริกตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า และสะท้อนถึงการขยายตัวของการผลิตเมล็ดถั่วเหลืองที่เป็นวัตถุดิบสำคัญทั้งในห่วงโซ่อาหารฟีดสัตว์และโปรตีนจากพืช<sup>6</sup>&nbsp;การเติบโตของผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชในหลายภูมิภาคยังผลักดันให้เกิดการค้าเมล็ดถั่วเหลืองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย โดยในฤดูกาล 2024/25 การค้าถั่วเหลืองทั่วโลกสูงถึง 184.8 ล้านตัน พร้อมกับการเติบโตของการส่งออกจากบราซิลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักของโลก<sup>7</sup>&nbsp; ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดโปรตีนจากพืชไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายนันทพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า &ldquo;สำหรับผู้ประกอบการไทย เทมเป้คือโอกาสในการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายวัตถุดิบ มาเป็นผู้สร้างสรรค์ &ldquo;นวัตกรรมโปรตีน&rdquo; โดยเฉพาะหากสามารถใช้ถั่วพื้นถิ่น ผสานเรื่องราวแหล่งที่มา อัตลักษณ์อาหาร และควบคุมการผลิตด้วยมาตรฐานสากล เทมเป้จะไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตรแปรรูป แต่จะกลายเป็น <strong><em>เครื่องมือ Reposition ที่จะจัดวางตำแหน่งใหม่ของอาหารไทยให้เข้าไปยืนหนึ่งในตลาด Plant-Based โลก</em></strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในวันที่สุขภาพและความยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นทิศทางหลักของตลาดอาหารโลก โอกาสทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากกว่าเดิม แต่อยู่ที่การผลิตให้ <strong>&ldquo;ตอบโจทย์โลกที่กำลังเปลี่ยน&rdquo; </strong>มากขึ้น สนค. เชื่อมั่นว่า เทมเป้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการต่อยอดสินค้าเกษตรไทยด้วยการแปรรูป มาตรฐาน และความเข้าใจผู้บริโภคโลกอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงเพิ่มมูลค่าให้สินค้าไทย แต่ยังสะท้อนว่า <em><strong>เมื่อโลกเริ่มมองหาโปรตีนรูปแบบใหม่ เทมเป้ไม่ใช่แค่หนึ่งในตัวเลือก หากแต่เป็นคำตอบ</strong></em>ที่ธุรกิจไทยสามารถต่อยอดได้จริง&rdquo;</p>

<hr />
<p><sup>1</sup> https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases (25 ก.ย. 68)<br />
<sup>2</sup> https://www.oecd.org/en/publications/2025/07/oecd-fao-agricultural-outlook-2025-2034_3eb15914.html (15 ก.ค. 68)<br />
<sup>3</sup> https://www.oecd.org/en/publications/2025/07/oecd-fao-agricultural-outlook-2025-2034_3eb15914/full-report/meat_5462e384.html (15 ก.ค. 68)<br />
<sup>4</sup> https://www.oecd.org/en/publications/2025/11/health-at-a-glance-2025_a894f72e/full-report/nutrition-and-physical-activity_26acba0c.html (13 พ.ย. 68)<br />
<sup>5</sup> https://www.fao.org/fao-who-codexalimentarius/codex-texts/list-standards/en/<br />
<sup>6</sup> https://www.fas.usda.gov/data/production/commodity/2222000<br />
<sup>7</sup> https://www.admis.com/global-ag-news-for-dec-24-2025 (24 ธ.ค. 68)<br />
&nbsp;</p>

ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม: 

          สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ปลุกกระแส “โปรตีนทางเลือก” ชู “เทมเป้  (Tempeh)” เป็น Product Champion ตัวใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม แนะผู้ประกอบการไทยพลิกวิกฤตสุขภาพโลกให้เป็นโอกาสทอง ชี้เทรนด์อาหารจากพืชคือ “เมกะเทรนด์” ที่เปลี่ยนโครงสร้างการบริโภคถาวร พร้อมแนะกลยุทธ์ใช้ “ถั่วพื้นถิ่น” ผสานมาตรฐานสากล สร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับจากสินค้าเกษตรสู่ “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food)

          นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ท่ามกลางวิกฤต “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)” ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกกว่า 41 ล้านคนต่อปี หรือคิดเป็นกว่า 74% ของการเสียชีวิตทั่วโลก ตามข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ขององค์การอนามัยโลก (WHO)1 ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างถาวร ผู้คนไม่ได้ต้องการแค่ “กินอิ่ม” แต่กำลังมองหาอาหารที่ “กินแล้วรอด” จากโรคภัย ส่งผลให้ตลาด “โปรตีนทางเลือก” และ “อาหารจากพืช (Plant-Based)” เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในกลุ่มคนรักสุขภาพ (Health Conscious) และกลุ่มยืดหยุ่น (Flexitarian) ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง หรือแม้แต่กลุ่มมังสวิรัติและวีแกนที่ต้องการโปรตีนทางเลือกที่ไม่ใช่จากสัตว์

          รายงาน OECD-FAO Agricultural Outlook 2025-20342 ชี้ให้เห็นแนวโน้มใหม่ของการบริโภคอาหารทั่วโลก โดยในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง การบริโภคเนื้อแดงและโปรตีนจากสัตว์ต่อหัวมีแนวโน้ม “ชะลอหรือคงตัว” จากแรงกังวลด้านสุขภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ในประเทศรายได้ปานกลางและต่ำกว่า การบริโภคอาหารที่หลากหลายรวมถึงอาหารแหล่งสัตว์ยังคงเพิ่มขึ้น3 แต่องค์ประกอบของการเลือกโปรตีนกำลังเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังหันมาสนใจโปรตีนทางเลือกจากพืชร่วมกับอาหารจากสัตว์4 เทรนด์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุปสงค์อาหารโลกที่ขยายตัวออกไปจากรูปแบบเดิม และให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ” และ “ความยั่งยืน” มากขึ้น

          ในกลุ่มอาหารจากพืช “เทมเป้ (Tempeh)” กำลังถูกจับตาในฐานะสินค้าโปรตีนจากพืชที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ สุขภาพ และความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญ เทมเป้ไม่ใช่อาหารทางเลือกที่เติบโตจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับการยกระดับสถานะในตลาดโลกผ่านการกำหนดมาตรฐานสากลโดย Codex Alimentarius (FAO/WHO) ภายใต้มาตรฐาน Regional Standard for Tempe (CXS 313R-2013) ซึ่งกำหนดลักษณะผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และคุณภาพอย่างชัดเจน การมีมาตรฐาน Codex รับรองนี้เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ยกระดับเทมเป้จากอาหารพื้นบ้าน ให้กลายเป็น “อาหารแปรรูปเพิ่มมูลค่า” ที่สามารถส่งออกและแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ5

          ในเชิงธุรกิจ เทมเป้คือตัวอย่างของการเปลี่ยนสินค้าเกษตรธรรมดาให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วยนวัตกรรมโดยเฉพาะเทคโนโลยีการหมัก (Solid-State Fermentation) ซึ่งเพิ่มคุณค่าทั้งด้านโภชนาการ รสสัมผัส และความปลอดภัยอาหาร ความได้เปรียบทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาถั่วในตลาดโลก แต่อยู่ที่องค์ความรู้ กระบวนการผลิต และมาตรฐาน นี่คือโอกาสของผู้ประกอบการที่จะสร้างกำไรจาก “องค์ความรู้และมาตรฐานการผลิต” ซึ่งทำกำไรได้สูงกว่าการขายวัตถุดิบทางการเกษตรแบบดั้งเดิม

          เทมเป้ในวันนี้ไม่ใช่แค่ถั่วหมัก แต่ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนเนื้อสัตว์ (Functional Substitute)” ที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในตลาดประเทศพัฒนาแล้วที่ผู้คนมองหาโปรตีนที่ทดแทนเนื้อแดงได้จริง ด้วยเนื้อสัมผัสและคุณค่าทางอาหารที่ตอบโจทย์ เทมเป้จึงถูกวางตำแหน่งใหม่ให้เป็น “Protein Solution” หรือทางออกของคนรักสุขภาพที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

          การยกระดับเทมเป้ด้วยมาตรฐานสากล คือกุญแจสำคัญที่ช่วยต่อยอดสินค้าสู่ความพรีเมียมได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบวัตถุดิบและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ด้วยจุดแข็งด้าน Plant-Based และ Clean Label ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ทำให้เทมเป้ก้าวข้ามตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นแท่น “อาหารแห่งอนาคต (Future Food)” ได้อย่างเต็มตัว สอดรับกับทิศทางของ WHO และ OECD ที่ชี้ชัดว่าโลกกำลังมองหาอาหารที่ปลอดภัยและดีต่อสิ่งแวดล้อม การทำมาตรฐานจึงไม่ใช่ “ภาระต้นทุน” แต่คือ “การลงทุนที่คุ้มค่า” เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางเข้าสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างยั่งยืน

          ในภาพรวมห่วงโซ่อุตสาหกรรมโปรตีนจากพืชยังได้รับแรงหนุนจากตลาดวัตถุดิบโลก โดยข้อมูลจาก USDA ระบุว่าในปีการตลาด 2024/25 ผลผลิตถั่วเหลืองโลกอยู่ที่ประมาณ 427.15 ล้านเมตริกตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า และสะท้อนถึงการขยายตัวของการผลิตเมล็ดถั่วเหลืองที่เป็นวัตถุดิบสำคัญทั้งในห่วงโซ่อาหารฟีดสัตว์และโปรตีนจากพืช6 การเติบโตของผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชในหลายภูมิภาคยังผลักดันให้เกิดการค้าเมล็ดถั่วเหลืองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย โดยในฤดูกาล 2024/25 การค้าถั่วเหลืองทั่วโลกสูงถึง 184.8 ล้านตัน พร้อมกับการเติบโตของการส่งออกจากบราซิลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักของโลก7  ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดโปรตีนจากพืชไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน

           นายนันทพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับผู้ประกอบการไทย เทมเป้คือโอกาสในการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายวัตถุดิบ มาเป็นผู้สร้างสรรค์ “นวัตกรรมโปรตีน” โดยเฉพาะหากสามารถใช้ถั่วพื้นถิ่น ผสานเรื่องราวแหล่งที่มา อัตลักษณ์อาหาร และควบคุมการผลิตด้วยมาตรฐานสากล เทมเป้จะไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตรแปรรูป แต่จะกลายเป็น เครื่องมือ Reposition ที่จะจัดวางตำแหน่งใหม่ของอาหารไทยให้เข้าไปยืนหนึ่งในตลาด Plant-Based โลก

          ในวันที่สุขภาพและความยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นทิศทางหลักของตลาดอาหารโลก โอกาสทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากกว่าเดิม แต่อยู่ที่การผลิตให้ “ตอบโจทย์โลกที่กำลังเปลี่ยน” มากขึ้น สนค. เชื่อมั่นว่า เทมเป้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการต่อยอดสินค้าเกษตรไทยด้วยการแปรรูป มาตรฐาน และความเข้าใจผู้บริโภคโลกอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงเพิ่มมูลค่าให้สินค้าไทย แต่ยังสะท้อนว่า เมื่อโลกเริ่มมองหาโปรตีนรูปแบบใหม่ เทมเป้ไม่ใช่แค่หนึ่งในตัวเลือก หากแต่เป็นคำตอบที่ธุรกิจไทยสามารถต่อยอดได้จริง”


1 https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases (25 ก.ย. 68)
2 https://www.oecd.org/en/publications/2025/07/oecd-fao-agricultural-outlook-2025-2034_3eb15914.html (15 ก.ค. 68)
3 https://www.oecd.org/en/publications/2025/07/oecd-fao-agricultural-outlook-2025-2034_3eb15914/full-report/meat_5462e384.html (15 ก.ค. 68)
4 https://www.oecd.org/en/publications/2025/11/health-at-a-glance-2025_a894f72e/full-report/nutrition-and-physical-activity_26acba0c.html (13 พ.ย. 68)
5 https://www.fao.org/fao-who-codexalimentarius/codex-texts/list-standards/en/
6 https://www.fas.usda.gov/data/production/commodity/2222000
7 https://www.admis.com/global-ag-news-for-dec-24-2025 (24 ธ.ค. 68)
 

เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569