ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมกราคม 2569 สูงขึ้นเล็กน้อย สะท้อนต้นทุนราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมกราคม 2569 สูงขึ้นเล็กน้อย สะท้อนต้นทุนราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด

avatar

Administrator


73


<p><strong>ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม:&nbsp;</strong><a href="https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1770346851_708e28f9b50dd156ff31.pdf" target="_blank">1770346851_708e28f9b50dd156ff31.pdf</a></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 105.4 สูงขึ้นร้อยละ 0.1 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาวะอุปสงค์ภาคการก่อสร้างที่ยังชะลอตัว จากแรงกดดันด้านอุปทานส่วนเกินภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง โดยมีรายละเอียด ดังนี้&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp;หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 6.0</strong> จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนฉาบสำเร็จรูป จากฐานราคาปีที่ผ่านมาต่ำ เนื่องจากการปรับราคาของผู้ผลิตในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า ส่งผลต่อเนื่องให้<strong>หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 0.9</strong> จากการสูงขึ้นของคานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง ขอบคันคอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) สูงขึ้น <strong>หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 2.5</strong> จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H ท่อเหล็กกลวงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และท่อเหล็กดำ จากอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกสูง และนโยบายด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้มีการแข่งขันราคากับเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) <strong>หมวดกระเบื้อง ลดลงร้อยละ 0.4</strong> จากการลดลงของกระเบื้องเคลือบบุผนัง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น เนื่องจากความต้องการใช้ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง <strong>หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลงร้อยละ 0.2</strong> จากการลดลงของสีทาถนนชนิดสะท้อนแสง สีรองพื้นปูน และสีน้ำอะครีลิคทาภายใน ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ (ปิโตรเคมี ผงสี) <strong>หมวดสุขภัณฑ์ ลดลงร้อยละ 2.8</strong> จากการลดลงของอ่างล้างหน้าเซรามิก โถส้วมชักโครก และราวจับสเตนเลส จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้ลดลง และภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ <strong>หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 2.3</strong> จากการสูงขึ้นของสายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และเสาไฟถนน ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง อลูมิเนียม) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น <strong>หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลงร้อยละ 1.9</strong> จากการลดลงของยางมะตอย ตามการลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ขณะที่<strong>หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยกดดันจากภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ ๆ เนื่องจากกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวจากความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีอุปทานคงค้างสูงเป็นผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้การชะลอตัวของโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ (Mega Project) อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง อีกทั้งการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างสำคัญมีแนวโน้มลดลง เช่น เหล็ก กระเบื้อง เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกที่จะทำให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกมีความผันผวนสูงเนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป&nbsp;</p>

ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม: 

          นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 105.4 สูงขึ้นร้อยละ 0.1 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาวะอุปสงค์ภาคการก่อสร้างที่ยังชะลอตัว จากแรงกดดันด้านอุปทานส่วนเกินภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

         หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 6.0 จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนฉาบสำเร็จรูป จากฐานราคาปีที่ผ่านมาต่ำ เนื่องจากการปรับราคาของผู้ผลิตในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า ส่งผลต่อเนื่องให้หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 0.9 จากการสูงขึ้นของคานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง ขอบคันคอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) สูงขึ้น หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 2.5 จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H ท่อเหล็กกลวงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และท่อเหล็กดำ จากอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกสูง และนโยบายด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้มีการแข่งขันราคากับเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) หมวดกระเบื้อง ลดลงร้อยละ 0.4 จากการลดลงของกระเบื้องเคลือบบุผนัง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น เนื่องจากความต้องการใช้ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลงร้อยละ 0.2 จากการลดลงของสีทาถนนชนิดสะท้อนแสง สีรองพื้นปูน และสีน้ำอะครีลิคทาภายใน ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ (ปิโตรเคมี ผงสี) หมวดสุขภัณฑ์ ลดลงร้อยละ 2.8 จากการลดลงของอ่างล้างหน้าเซรามิก โถส้วมชักโครก และราวจับสเตนเลส จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้ลดลง และภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 2.3 จากการสูงขึ้นของสายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และเสาไฟถนน ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง อลูมิเนียม) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลงร้อยละ 1.9 จากการลดลงของยางมะตอย ตามการลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ขณะที่หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง

          นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยกดดันจากภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ ๆ เนื่องจากกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวจากความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีอุปทานคงค้างสูงเป็นผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้การชะลอตัวของโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ (Mega Project) อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง อีกทั้งการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างสำคัญมีแนวโน้มลดลง เช่น เหล็ก กระเบื้อง เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกที่จะทำให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกมีความผันผวนสูงเนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป 

เผยแพร่เมื่อวันที่ 06 กุมภาพันธ์ 2569