ผู้เข้าชมทั้งหมด: 11
ความต้องการอุปกรณ์อัจฉริยะทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 ตลาดอุปกรณ์อัจฉริยะทั่วโลกมีมูลค่า 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่า ในช่วงปี 2565 - 2573 จะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 15 ต่อปี เนื่องจากความต้องการอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและเครือข่าย 5G การเชื่อมต่อ ควบคุม และส่งข้อมูลของอุปกรณ์ อัจฉริยะมีความเสถียรมากขึ้น นโยบาย/มาตรการจูงใจให้ลดคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โครงสร้าง ประชากรสูงวัย ความต้องการระบบติดตามและดูแลสุขภาพ การพัฒนามาตรฐานการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน การนาเข้าอุปกรณ์อัจฉริยะ ของโลก ในปี 2567 มีมูลค่า 534,061.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.89 จากปีก่อนหน้า แต่เร่งตัวขึ้นมาก ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 โดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16.90 ประเทศที่นำเข้าอุปกรณ์อัจฉริยะสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ในขณะที่ไทยนำเข้าเป็นอันดับที่ 27 ของโลก สาหรับการส่งออกอุปกรณ์อัจฉริยะของโลก ในปี 2567 มีมูลค่า 541,172.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.94 จากปีก่อนหน้า แต่เร่งตัวขึ้นในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 โดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.24 ประเทศที่ส่งออกอุปกรณ์อัจฉริยะสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งแหล่งส่งออกค่อนข้างกระจุกตัว ในขณะที่ไทยส่งออกมากเป็นอันดับที่ 9 ของโลก