Extreme Polarization กับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของการส่งออกไทย
แชร์:

ผู้เข้าชมทั้งหมด: 10

Extreme Polarization กับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของการส่งออกไทย

ดาวน์โหลดเอกสารรายงาน: 

          ภายใต้บริบทโลกที่กำลังก้าวสู่ภาวะแบ่งขั้วรุนแรง การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน บทบาทเชิงกฎระเบียบของสหภาพยุโรป และความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ กำลังสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่มีความไม่แน่นอนเชิงระบบมากขึ้น สำหรับไทย ประเด็นสำคัญในระยะกลางถึงยาวไม่ได้อยู่ที่เพียงความผันผวนระยะสั้น แต่คือ แรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจจำกัดพื้นที่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทั้งในมิติการกำหนด จุดยืนทางการค้า การรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับคู่ค้าหลัก และการบริหารความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของมาตรฐาน กฎระเบียบ และเงื่อนไขทางเทคโนโลยีที่แตกต่างกันระหว่างแต่ละขั้วอำนาจ อาจเพิ่มต้นทุนการปรับตัวของภาคธุรกิจไทย และส่งผลต่อความสามารถในการวางแผนการลงทุนระยะยาว

          อย่างไรก็ดี บริบทดังกล่าวยังเอื้อให้เกิดโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ หากประเทศไทยสามารถปรับบทบาทจากการเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงภายนอก ไปสู่การวางตำแหน่งเชิงนโยบายอย่างรอบคอบและมีทิศทาง ผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย การยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล และการขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศและภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโต ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของโครงสร้างการส่งออก ลดการพึ่งพาตลาดหรือสินค้าใดในระดับสูงเกินไป และเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในประเทศอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ในกรณีที่ความตึงเครียดระหว่างขั้วอำนาจทวีความรุนแรง ไทยอาจเผชิญแรงกดดันต่อการค้าและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากเศรษฐกิจโลกค่อย ๆ ปรับเข้าสู่ภาวะที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ไทยจะมีพื้นที่เชิงนโยบายเพิ่มขึ้นในการดำเนินยุทธศาสตร์การค้าแบบสมดุลกับหลายขั้วอำนาจ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการเติบโตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว